Sunright 35 SPF 35 PA+++
ครีมกันแดดสูตรน้ำ ซันไรท์ 35 เอสพีเอฟ 35 พีเอ+++
ปกป้องผิวคุณจากแสงแดดไต้มากกว่า สัมผัสประสบการณ์อันยอดเยี่ยมกับการป้องกันผิวจากแสงแตดและมลภาวะรอบตัว พร้อมประสิทธิภาพในการด้านริ้วรอยแห่งวัย เมื่อผิวต้องเผชิญแสงแดตเป็นประจำย่อมถูกทำร้ายให้อ่อนแอและทำให้ผิวคุณดูร่วงโรยก่อนวัย ผลิตภัณฑ์ซันไรท์ ช่วยปกป้องผิว ที่อาจถูกทำร้ายจากรังสี UVA & UVB [ยูวีเอ และ ยูวีบี] ให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว อีกทั้งยังรวมเอาเทคโนโลยีการต่อต้านริ้วรอยเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมฟื้นฟูผิวให้แลดูอ่อนเยาว์โดยการควบคุมและปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสีที่อยู่ในแสงแตต
Sunright 35 SPF 35 PA+++
ครีมกันแดดสูตรน้ำ ซันไรท์ 35 เอสพีเอฟ 35 พีเอ+++
คุณประโยชน์
Sunright 35 SPF 35 PA+++
ครีมกันแดดสูตรน้ำ ซันไรท์ 35 เอสพีเอฟ 35 พีเอ+++
ส่วนผสมหลัก
![]() | ![]() | ![]() |
ผลเสีย ของการไม่ทาครีมกันแดด จะเกิดอะไรขึ้นกับผิวบ้าง?
แสงแดดจะมีรังสีที่ทำร้ายเซลล์ผิว และทำให้ผิวเสื่อม และหมองคล้ำ นั่นคือ รังสียูวีเอ ยูวีบี และยูวีซี่ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อผิวพรรณของทุกคน "การป้องกัน" ผิวจากการถูกทำลายจะช่วยให้ผิวคงสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น
Sunright 35 SPF 35 PA+++
ครีมกันแดดสูตรน้ำ ซันไรท์ 35 เอสพีเอฟ 35 พีเอ+++
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับครอบครัวและบุคคลทุกวัย ยกเว้นเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เตือน*
* ผู้ปกครองควรปรึกษาแพทย์สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน ก่อนใช้ครีมกันแดตทั่วไปกับทารก
วิธีใช้
ทาครีมกันแดดให้ทั่วผิวหน้าหรือผิวกายทุกครั้ง 15 นาที ก่อนโดนแสงแดด หรือว่ายน้ำ ทาครีมกันแดดซ้ำอีกครั้งหลังจากว่ายน้ำหรือเหงื่อออกมากทุก 80 นาที โดยเช็ดตัวให้แห้งแล้วทาครีมกันแดดทันที หรือทาซ้ำอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง
ความรู้เพิ่มเติม
ทฤษฎีสองนิ้ว เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้ใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่ถูกต้อง เพียงบีบครีมกันแตตลงบ นนิ้วชี้ลากลงมาที่นิ้วกลาง เรียกว่า ใช้ครีมกันแตดประมาณสองข้อนิ้วทาบริเวณส่วนต่างๆตังนี้ ศีรษะ, ใบหน้า, ลำคอ, แขนข้างซ้ายและขวา ทั่วทั้งหลัง, ลำตั๋ว, ขาขวาและขาซ้าย เพื่อผลของการปกป้องที่ดีที่สุดควรทาศรีมกันแตดอย่างน้อย 15 นาทีก่อนโดนแดด เพื่อให้แน่ใจว่าผิวของคุณจะได้รับการปกป้องอย่างแท้จริง
![]() | ![]() | ![]() |
Sunright 35 SPF 35 PA+++
ครีมกันแดดสูตรน้ำ ซันไรท์ 35 เอสพีเอฟ 35 พีเอ+++
ผลิตภัณฑ์ซันไรท์ ประกอบด้วยบอร์ด-สเปคตรัม (Broad-Spectrum) ที่ช่วยปกป้องรังสียูวีเอ และยูวีบี และอยู่ในกฎระเบียบข้อกำหนดระดับสากล
คำว่า SPF หมายถึงอะไร?
SPF (เอสพีเอฟ) ย่อมาจาก Sun Protection Factor คือ ค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถในการป้องกันรังสี ยูวีบี (UVB) ไม่ให้เข้ามาทำร้ายผิวให้เกิดอาการคัน แดง หรือผิวไหม้แดด ตัวเลขที่มาพร้อมกับค่า SPF บ่งบอกถึงระยะเวลาที่ผิวสามารถเผชิญแสงแดดได้เมื่อทาครีมกันแดดก่อนที่ผิวจะไหม้เสีย เทียบกับระยะเวลาที่ผิวจะถูกทำร้ายหากไม่ได้ทาศรีมกันแตดเลย เวลาที่ผิวของแต่ละคนอาจจะไหม้นั้นมีความแตกต่างหลากหลายขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคน ตังนั้นจึงจำเป็นจะต้องเข้าใจไว้ว่าการเลือกครีมกันแดดนั้นต้องมีความเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่ว่าสินค้าขึ้นเดียวกันแล้วจะเหมาะกับทุกคน
SPF 15 = ความสามารถในการป้องกันแสงแดดจะดูดซับรังสียูวีบี (UVB) ประมาณ 93 % ปกป้องผิวจากอาการไหม้แดด มากกว่าผิวปกติ 15 เท่า เหมาะกับการใช้ในประจำวัน หากไม่ได้ออกไปข้างนอกบ่อย หรือโดนแสงแดดน้อยกว่า 20 นาที ระดับนี้ถือว่าเหมาะที่สุด
SPF 30 = ความสามารถในการป้องกันแสงแดดจะดูดซับรังสียูวีบี (UVB) ประมาณ 97 % ปกป้องผิวจากอาการไหม้แดด มากกว่าผิวปกติ 30 เท่า ให้การปกป้องแสงแดดที่ดียิ่งขึ้นกว่าค่า SPF15 และได้รับความนิยมสูง เหมาะกับการออกไปข้างนอกตอนกลางวัน โดนแดดแบบไม่จัดมาก ผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไปก็นิยมใช้ค่า SPF ระดับนี้
SPF 50 = ความสามารถในการป้องกันแสงแดดจะดูดซับรังสียูวีบี (UVB) ประมาณ 98 % ปกป้องผิวจากอาการไหม้แดด มากกว่าผิวปกติ 50 เท่า เป็นระดับที่สูงที่สุดของค่า SPF เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้เวลาค่อนข้างมากในการอยู่กลางแจ้ง เพราะมีเปอร์เซ็นต์การปกป้องแสงแดดที่มากกว่า
ค่า PA ในครีมกันแดด คืออะไร?
ค่า PA ย่อมาจาก Protection grade of UVA คือ วิธีการวัดประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี ยูวีเอ [UVA] ที่เรียกว่า Persistent Pigment Darkening หรือ PPD และรายงานผลออกมาเป็นค่า PA ริเริ่มโดยสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2006 โดยมีระดับการป้องกันจากรังสี UVA ดังต่อไปนี้
PA+ = PPD 2-4 มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้ถึง 2 เท่า ถึงแม้ว่าจะเป็นการป้องกันระดับน้อย แต่ก็เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ทำกิจกรรมในอาคาร ตึก หรือบ้านที่ไม่ต้องเจอแสงแดด เช่น พนักงานออฟฟิศ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
PA++ = PPD 4-8 มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้ถึง 4 เท่า โดยจะอยู่ในระดับปานกลาง เหมาะกับผู้ที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง มีการโดนแสงแดดบ้าง แต่ก็เป็นแสงแดดที่ไม่รุนแรงนัก
PA+++ = PPD 8-16 มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้ถึง 8 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงมาก เป็นค่า PA ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ เหมาะกับกลุ่มคนที่จำเป็นต้องออกไปในสถานที่ที่มีแดดแรงจัด หรือต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดทั้งวัน เช่น ทะเล สามารถเลือกใช้เป็น SPF 35 PA+++ ขึ้นไปได้เลย
ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำให้ใช้ร่วมกัน
คำถามที่พบบ่อย
ครีมกันแดดซันไรท์ แตกต่างจากครีมกันแดตในตลาดทั่วไปอย่างไร?
อันที่จริงแล้วซันไรท์ เอสพีเอฟ 35 เอสพีเอฟ 35 พีเอ++ + มีคุณสมบัติพื้นฐานคล้ายกับผลิตภัณฑ์กันแดดอื่นๆ โดยช่วยป้องกันรังสียูวีเอ ยูวีบี อีกทั้งยังช่วยให้ความชุ่มชื้นและส่วนผสมที่มอบความเรียบเนียนสู่ผิว คุณสมบัติที่โตดเด่นของผลิตภัณฑ์ขันไรท์ก็คือช่วยต่อต้านริ้วรอยด้วยแอสตาแซนธิน ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยสภาพแวดล้อม และสารสกัตจาn Physalis Angulala ช่วยปลอบประโลมผิวหลังโดนแตต และไม่ทำให้รู้สึกมัน สามารถกันน้ำ ช่วยปกป้องรังสียูวีเอ และยูวีบีใด้เป็นอย่างดีและยังช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้อีกด้วย
ผลิตภัณฑ์ซันไรท์ 35 เอสพีเอส 35 พีเอ+++ เป็น water proof หรือไม่?
ซันไรท์ จัดอยู่ในประเภท Water Resistant สามารถกันน้ำได้ต่อเนื่องยาวนาน 80 นาทีขณะว่ายน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดและสามารถทาซ้ำอีกครั้งหากต้องการ
ควรจะทาครีมกันแดดตอนไหน?
ทาศรีมกันแดดขณะที่ผิวหน้าแห้งประมาณ 15 นาที ท่อนออกไปโดนแสงแดด หากคุณจะต้องอยู่กลางแจ้งเป็นระยะเวลานาน คุณจะต้องทาครีมกันแตดช้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หรืออย่างน้อยทุกๆ 80 นาทีหากอยู่ในน้ำ
จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องทาครีมกันแดดเพิ่มระหว่างวัน?
การทาศรีมกันแดดครั้งแรกของวันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและควรจะใส่ใจกับการทาครีมกันแดดอย่างถูกต้องเหมาะสม มีหลายปัจจัยที่อาจทำให้คุณต้องทาศรีมซ้ำ เช่น การที่เหงื่อออกมากจนต้องเซ็ดตัวให้แห้ง และการว่ายน้ำ กิจกรรมเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ครีมกันแดดมีประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นจึงควรทาศรีมกันแดดช้ำหลังจากที่ว่ายน้ำไปแล้ว 80 นาที หรือมีเหงื่อออกมาก โตยทาทันทีหลังจากเซ็ดตัวแห้งหรือทาซ้ำอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง
Sunright 35 SPF 35 PA+++
ครีมกันแดดสูตรน้ำ ซันไรท์ 35 เอสพีเอฟ 35 พีเอ+++
ราคาสมาชิก 960 บาท (ปกติ 1,375 บาท)
สอบถามโปรโมชั่น / สั่งซื้อสินค้า แอดไลน์ได้เลยคะ